May 18, 2022

คริสเตียโน โรนัลโด้ : เส้นทางสู่การเป็น ซูเปอร์สตาร์ระดับตำนานของแมนยู

คริสเตียโน โรนัลโด้ เกิดเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 1985 เขาเป็นชาวเกาะมาเดรา ประเทศโปรตุเกส ที่อยู่ห่างจากเมืองหลวงเกือบ 1,000 กิโลเมตร ครอบครัวของเขาอยู่ในชุมชนที่เรียกว่ายากจนชุมชนหนึ่งของโปรตุเกส ด้วยความลำบากของครอบครัวทำให้แม่ของเขามีความคิดที่จะปลิดชีวิตเขาตั้งแต่ตอนที่เขาอยู่ในท้อง แต่แล้วก็คิดเปลี่ยนใจ เขาเป็นลูกคนสุดท้ายในพี่น้อง 4 คน

ชีวิตในวัยเด็กของ โรนัลโด้ เขามีความสนุกสนานกับการได้เล่นฟุตบอลกับเพื่อนๆ อยู่ข้างถนนในหมู่บ้าน และมีความฝันเดียวคือการโตขึ้นได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพ

โรนัลโด้ เริ่มเข้าร่วมกับทีมฟุตบอลเยาวชนของ Andorinha เมื่อตอนอายุ 6 ขวบ และจากแรงผลักดันของครอบครัวของเขา ทำให้เมื่อ โรนัลโด้ อายุ 8 ปี ได้ย้ายมาที่ Nacional และเมื่อเขามีอายุได้ 12 ปี ก็ได้เข้าสู่อคาเดมีของ สปอร์ติ้ง ลิสบอน สโมสรใหญ่ของโปรตุเกส

ในตอนนั้น โค้ชของเขาได้บอกว่า เขาเก่ง แต่ตัวของเขาบางเกินไป โรนัลโด้ ก็คิดแก้ปัญหาด้วยการแอบหนีออกจากหอในช่วงกลางคืนเพื่อไปออกกำลังกาย เขาทำแบบนั้นอยู่เป็นปี และทำให้เขามีกล้ามที่ใหญ่ขึ้น และทำให้เขาวิ่งเร็วขึ้นด้วย ชีวิตในอคาเดมี โรนัลโด้ ได้ฝึกฝีเท้าของตัวเองขึ้นมาได้อย่างโดดเด่น และก้าวขึ้นเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ในตอนที่เขามีอายุ 17 ปี ในช่วงฤดูกาลที่ 2002-2003 และเขาก็สามารถทำผลงานได้ดี และได้รับโอกาสลงสนามถึง 31 นัด และยิงได้ 5 ประตู และในตอนนั้นเอง โรนัลโด้ ก็เป็นที่จับตามองของบรรดาแมวมองของทีมดังในยุโรปที่ให้ความสนใจเขา โดยเฉพาะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

และเกมที่เป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตของเขาก็เกิดขึ้นเมื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้บุกไปเยือน สปอร์ติ้ง ลิสบอน และในเกมนี้ โรนัลโด้ ได้โชว์ฟอร์มอันสุดยอด และสามารถเล่นงานแนวรับของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ตลอดทั้งเกม และสุดท้าย สปอร์ติ้ง ลิสบอน เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไป 3-1 และเกมนี้เองที่ทำให้ โรนัลโด้ เป็นที่สะดุดตาของ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีมของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในตอนนั้น ตัดสินใจรีบปิดดีลคว้าตัวเขามาร่วมทีมทันที ด้วยค่าตัว 12.24 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นค่าตัวที่แพงที่สุดในฟุตบอลอังกฤษในตอนนั้น

คริสเตียโน โรนัลโด้ เข้ามาร่วมทีมกับแมนเชสลเตอร์ ยูไนเต็ด ในปี 2003 ซึ่งในตอนนั้นเขามีอายุ 18 ปี และมันไม่ใช่เรื่องง่ายจากเด็กชาวเกาะต้องเข้ามาอยู่ในสโมสรที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก ที่เต็มไปด้วยนักเตะระดับแนวหน้า โรนัลโด้ ต้องใช้เวลาในการปรับตัวให้เข้ากับทีมอยู่พักใหญ่ ซึ่งในช่วงแรกที่เขาได้มีโอกาสลงสนาม โรนัลโด้ ห่วงแต่จะโชว์ลีลา ห่วงแต่เทคนิค จนทำให้เกมรุกของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเสียหายไปเล็กน้อย จน เฟอร์กูสัน ได้พูดกับเขาว่า โรนัลโด้ กำลังทำอะไรอยู่ สิ่งที่โชว์มันสร้างประโยชน์ให้กับทีมแล้วหรือ และนั่นทำให้ โรนัลโด้ เริ่มเปลี่ยนไป เขาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเขาในทันที ด้วยการมาซ้อมเป็นคนแรก และกลับเป็นคนสุดท้าย เขาตั้งใจในการฝึกซ้อม ทุ่มเทให้กับมันจนเป็นชีวิตของเขา ในช่วงที่พักจากการแข่งขัน เขาไม่ทำอย่างนักเตะหลายๆ คนที่ใช้เวลาไปกับการพักผ่อน แต่ โรนัลโด้ กลับใช้เวลาไปกับการอยู่ในยิมเพื่อฟิตร่างกายของเขาให้แข็งแรงมากขึ้น

หลังจากนั้น โรนัลโด้ ก็สามารถก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะชั้นแนวหน้าของพรีเมียร์ลีกได้แบบไร้คำวิจารณ์ เขาทำผลงานด้วยการพาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ถึง 3 สมัยติดต่อกัน ในปี 2006-2007 ,2007-2008 และ 2008-2009 และยังมีแชมป์อื่นๆอีก รวมถึงรางวัลส่วนตัวที่เขาได้รับด้วย

ในปี 2008 โรนัลโด้ โชว์ผลงานอย่างยอดเยี่ยม เขาได้รับรางวัลบัลลงดอร์ และผู้เล่นยอดเยี่ยมของฟีฟ่า

ในปี 2009 โรนัลโด้ ตัดสินใจย้ายออกจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพื่อไปค้าแข้ง กับ เรอัล มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งลาลีกา สเปน ด้วยค่าตัว 80 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นค่าตัวที่แพงที่สุดในโลกที่ตอนนั้น โรนัลโด้ อยู่กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทั้งหมด 6 ฤดูกาล ทั้งหมด 196 นัด ยิงไปถึง 84 ประตู

ทั้งนี้การที่ โรนัลโด้ ได้ย้ายไปยัง เรอัล มาดริด ที่มีเหล่าซูเปอร์สตาร์ระดับโลกอยู่เต็มทีม ทำให้ โรนัลโด้ พัฒนาการเล่นของตัวเองได้มากขึ้น และสามารถกวาดรางวัลต่างๆ รวมถึงการทุบสถิติ ได้อย่างมากมาย โรนัลโด้ ค้าแข้งอยู่กับ เรอัล มาดริด 9 ฤดูกาล ทำผลงานด้วยการลงสนาททั้งหมด 292 นัด ยิงไปทั้งหมด 311 ประตู

ในปี 2018 โรนัลโด้ ในวัย 33 ปี เขาได้ตัดสินใจย้ายทีมอีกครั้ง ด้วยการย้ายไปอยู่กับ ยูเวนตุส ทีมในเซเรียอา อิตาลี ที่ทุ่มเงินจำนวนถึง 112 ล้านยูโร และทำลายสถิตินักเตะที่อายุเกิน 30 ปีที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลก เมื่อย้ายมา โรนัลโด้ ก็ยังทำหน้าที่ของเขาได้อย่างยอดเยี่ยม พาทีมคว้าแชมป์เซเรียอาได้ 2 สมัยติดต่อกัน ในฤดูกาล 2018-2019 และ 2019-2020 และยังคว้าแชมป์โคปปา อิตาเลีย ในปี 2020-2021 อีกด้วย

และในปี 2020-2021 โรนัลโด้ ก็ได้ครองตำแหน่งดาวซัลโวเซเรียอา ด้วยการทำประตูไป 29 ประตู ทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่ครองตำแหน่งดาวซัลโวได้ใน 3 ลีกใหญ่ของยุโรป ใน พรีเมียร์ลีก,เซเรียอา อิตาเลีย และลาลีกา

ต่อมาในปี 2021 มีข่าวออกมาว่า โรนัลโด้ ต้องการย้ายออกจากยูเวนตุส และมีทาง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ให้ความสนใจยื่นข้อเสนอมาให้กับเขา แต่ดีลดังกล่าวก็ไม่ประสบความสำเร็จ และสุดท้าย ก็กลายเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เป็นทีมที่ปิดดีลคว้าตัวเขากลับมาร่วมทีมได้สำเร็จ

โรนัลโด้ กลับมาสวมเสื้อหมายเลข 7 ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อีกครั้งในวัย 37 ปี ด้วยค่าตัว 15 ล้านยูโร บวกอีก 8 ล้านยูโร ด้วยระยะเวลา 2 ปี พร้อมสามารถขยายสัญญาได้อีกหนึ่งปี

ส่วนผลงานในทีมชาติ โรนัลโด ลงเล่นให้กับทีมชาติโปรตุเกสชุดอายุ ไม่เกิน15ปี ในปี 2001 และไต่ระดับขึ้นมาเรื่อยๆ  จนขึ้นมาติดทีมชาติชุดใหญ่ ในปี 2003 ในตอนที่เขามีอายุ 18 ปี

โรนัลโด้ เป็นนักเตะที่ให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายและควบคุมอาหารเป็นอย่างมาก จนเขากลายเป็นนักเตะที่ได้รับยกย่องว่ามีรูปร่างที่สมบูรณ์แบบและแข็งแรงที่สุดคนหนึ่ง