May 18, 2022

เรอัล มาดริด เปิดบ้าน ไล่ถล่ม โซเซียดาด 4-1 นำโด่งจ่าฝูง ลาลีกา สเปน

จ่าฝูง เรอัล มาดริด เปิดบ้าน ถล่ม เรอัล โซเซียดาด แบบราบคาบ เก็บเพิ่ม 3 แต้ม นำโด่งเป็นจ่าฝูง ทิ้งห่างอันดับ 2 ถึง 8 แต้ม ศึกลาลีกา สเปน

ในเกมการแข่งขันฟุตบอลลาลีกา ประเทศสเปน วันที่ 5 มีนาคม 2565 กองทัพ ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ทีมจ่าฝูงของตารางคะแนน มีอยู่ 60 คะแนน  เปิดสนาม ซานติอาโก เบร์นาเบว ต้อนรับการมาเยือนของ เดอะไวท์ แอนด์บลู เรอัล โซเซียดาด ทีมอันดับ 6 ของตารางคะแนน มี 44 คะแนน

ทางด้าน เรอัล มาดริด ในเกมลีกนัดที่แล้ว บุกไปเอาชนะ ราโย บาเยกาโน่ มาได้ 1-0 และในเกมที่เล่นในบ้านตัวเองในเกมลีก เรอัล มาดริด ยังไม่แพ้ทีมใดเลย มา 23 นัดแล้ว ส่วนเกมนี้ เจ้าบ้าน เรอัล มาดริด ภายใต้การคุมทีมของ คาร์โล อันเซล็อตติ ผู้จัดการทีม จะไม่สามารถเรียกใช้ โทนี่ โครส ที่มีอาการบาดเจ็บบริเวณกล้ามเนื้อโคนขาด้านหลัง ซึ่งยังต้องพักรักษาตัวอยู่ กุนซือเรอัล มาดริด วางแผนมาในระบบ 4-3-3 วาง 3 แนวรุก เป็น โรดริโก้ โกเอส, คาริม เบนเซม่า, วินิซิอุส จูเนียร์

ส่วนฝั่ง เรอัล โซเซียดาด ในเกมลีกนัดที่แล้ว เอาชนะ เรอัล มาร์ยอก้า มา 2-0 โดยใน 7 เกมหลังสุด โซเซียดาด สามารถเก็บคลีนชีท ได้ถึง 6 เกม ส่วนในเกมนี้ ทีมเยือน เรอัล โซเซียดาด นำทีมโดย อิมานอล อัลกวาซิล ผู้จัดการทีม จะได้ โฆเซบา ซัลดูอา กองหลังสัญชาติสเปน และ  ราฟินญ่า อัลคันทารา มิดฟิลด์ชาวบราซิล ที่หายเจ็บกลับมาลงสนามเป็นตัวจริง โดยนายใหญ่โซเซียดาด เลือกจัดทัพมาในระบบ 4-4-2 มี อเล็กซานเดอร์ อีซัค,มิเกล โอยาซาบัล คอยปั้นเกมในแนวรุก

เริ่มเกมในครึ่งแรก เป็นทาง เจ้าบ้าน เรอัล มาดริด เป็นฝ่ายเริ่มเกมก่อน โดยบุกจากซ้ายไปขวา

มาถึงในนาทีที่ 10 เป็นฝั่งทีมเยือน โซเซียดาด ที่ได้ประตูขึ้นนำก่อน 1-0 เมื่อ ดาเนี่ยล การ์บาฆาล พลาดไปทำฟาวล์ ดาบิลซิลบา ในเขตโทษ  และเป็น มิเกล โอยาซาบัล ที่รับหน้าที่ยิงจุดโทษ ซัดเข้าประตูไปแบบไม่พลาด

เกมเดินไปจนถึงนาทีที่ 40 เจ้าบ้าน เรอัล มาดริด ได้ประตูตีเสมอ 1-1 จากจังหวะ ลูก้า โมดริช ส่งบอลเข้ากลางสนามให้ เอดูอาร์โด้ คามาวิงก้า จับบอลแล้วแต่งบอล เข้าซ้ายแล้วยิงไกลเข้าประตูไปอย่างสวยงาม

รูปเกมเริ่มเป็นทางฝั่ง เรอัล มาดริด ที่คุมเกมได้ จนมาถึงนาทีที่ 43 เรอัล มาดริด ได้ประตูขึ้นนำ 2-1 จากการเตะมุมจากทางขวา คาริม เบนเซม่า ส่งบอลเข้าในมาให้ทาง ลูก้า โมดริช หาจังหวะหลบ ผู้เล่นโซเซียดาด แล้วยิงด้วยซ้ายบอลพุ่งเสียบเสาเข้าไป

หมดเวลาในครึ่งแรก เป็นฝั่งเจ้าบ้าน เรอัล มาดริด พลิกกลับมานำ โซเซียดาด 2-1

เข้าสู่เกมในช่วงครึ่งหลัง ในนาทีที่ 53 โรดริโก้ โกเอส สอดเข้ามาเก็บบอลก่อนที่จะส่งให้ คาริม เบนเซม่า ตวัดด้วยขวา แต่บอลไปติดปลายมือ อเล็กซ์ เรมีโร่ ผู้รักษาประตูโซเซียดาด

นาทีที่ 75 อาริตซ์ เอลัสตอนโด้ ผู้เล่นของทางฝั่ง โซเซียดาด พลาดท่า ไปเกี่ยว วินิซิอุส จูเนียร์ ล้มลงบนเส้นเขตโทษ โดยในตอนแรกผู้ตัดสินมองว่าเป็นการทำฟาวล์นอกกรอบเขตโทษ แต่หลังจากเช็ค VAR แล้ว ผู้ตัดสินก็คืนคำตัดสินให้ทางฝั่ง เรอัล มาดริดได้จุดโทษในจังหวะนี้ และก็เป็น คาริม เบนเซม่า ที่รับหน้าที่ยิงจุดโทษไม่พลาด ช่วย เรอัล มาดริด ขยับหนีไปเป็น 3-1

ต่อมาในนาทีที่ 79 ก็ยังเป็นโอกาสของ เรอัล มาดริด ที่ทำประตูหนีห่างไปอีกเป็น 4-1 จากจังหวะ เอแดร์ มิลิเตา สาดบอลยาวมาทางขวาให้กับ ดาเนี่ยล การ์บาฆาล ที่สอดขึ้นมาพาบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ แล้วดึงจังหวะรอเพื่อนร่วมทีม ก่อนที่จะส่งบอลให้ มาร์โก อาเซนซิโอ ที่ลงสนามไปแทน โรดริโก้ โกเอส  ตั้งเท้ารออยู่แล้วแปบอลด้วยเท้าซ้ายเข้าประตูไป

จบเกม เรอัล มาดริด เอาชนะ เรอัล โซเซียดาด ไปแบบขาดลอย 4-1 ทำให้ เรอัล มาดริด ที่ตอนนี้นำเป็นจ่าฝูงเก็บเพิ่มอีก 3 แต้ม มีคะแนนรวม 63 คะแนน ทิ้งห่าง เซบียา ที่อยู่อันดับ 2 ของตารางไปถึง 8 คะแนน ส่วน เรอัล โซเซียดาด อยู่อันดับ 6 ของตาราง มี 44 คะแนน จากการลงสนาม 27 นัด